ปอล ป็อกบา

ไม่ใช่แค่ ป็อกบา ที่มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้สำหรับซีซั่นใหม่

ปอล ป็อกบา ย้ายออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด อีกรอบแล้วในซัมเมอร์นี้ แถมป่าวประกาศว่าต้องการแสดงให้สโมสรเห็นว่าพวกเขาก่อความผิดพลาด

กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสซึ่งตกเป็นข่าวเตรียมหวนกลับไปลงบู๊ให้ ยูเวนตุส เป็นคำรอบสองแบบไม่มีค่าตัวผ่านการคว้าแชมป์โลกปี 2018 มาแล้ว แต่ได้แค่โทรฟี่ ยูโรปาลีก และ คาราบาวคัพ กับ ปีศาจแดง เท่านั้นตลอดระยะเวลาหกปีในรั้ว โอลด์ แทรฟฟอร์ด รอบสองของเขา

เท่านั้นไม่พอ ในสามปีหลังกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ป็อกบา ยิงประตูในทุกรายการรวมกันได้แค่แปดลูกเท่านั้นซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างแรงสำหรับแฟนบอล เร้ด อาร์มี่

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ ป็อกบา คนเดียวที่มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้สำหรับซีซั่นใหม่ที่กำลังจะมาถึง

1. เดเล่ อัลลี่

นับเป็นเรื่องเหลือเชื่ออยู่เหมือนกันที่ อัลลี่ มีผลงานตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องในรอบสี่ปีที่ผ่านมา

ในวัยฉกรรจ์ 20 ต้นๆ อัลลี่ ระเบิดฟอร์มในสามปีแรกกับ สเปอร์ส ได้อย่างเลิศหรูด้วยการพังประตูในทุกรายการได้มากถึง 46 ลูกทั้งๆที่เล่นในตำแหน่งกองกลาง

แต่แล้วแทนที่จะมีพัฒนาการรุดหน้า อัลลี่ กลับร่ายเพลงเตะได้ตกลงไปในสามปีครึ่งต่อมาซึ่งเขายิงประตูรวมกันได้แค่ 21 เม็ดเท่านั้น และนำมาซึ่งการถูกโละให้กับ เอฟเวอร์ตัน แบบไม่มีค่าตัวในเบื้องต้น

อย่างไรก็ดี ดาวเตะอิงลิชไม่มีท่าทีว่าจะเรียกผลงานเก่าๆกลับคืนมาได้โดยเขายิงประตูให้ ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน ไม่ได้เลยจากการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก 11 นัด และได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงหนเดียวเท่านั้นในครึ่งหลังของซีซั่นที่ผ่านมา

ฉะนั้นแล้ว ซีซั่นหน้านี้สตาร์วัย 26 ปีจะต้องพยายามกู้ชื่อเสียงกลับมาให้ได้หลังจาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด สู่อุตส่าห์มอบชีวิตใหม่ให้กับเขา

2. ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค

ต้องบอกว่าเป็นเรื่องโชคดีมหันต์สำหรับ ฟาน เดอ เบค ที่ แมนฯ ยุไนเต็ด ประกาศแต่งตั้ง เอริค เทน ฮาก ให้เป็นกุนซือคนใหม่แทนที่ ราล์ฟ รังนิก

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะดาวเตะดัตช์ผ่านการลงเล่นให้กับ อาแจ็กซ์ ของ เทน ฮาก มาทั้งสิ้น 110 นัด และซัดประตูได้ 32 ลูกก่อนย้ายมาร่วมทีม ผีแดง

ถึงกระนั้น ภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เขาได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก เป็นตัวจริงแค่สี่นัดเท่านั้นในรอบหนึ่งปีครึ่งก่อนย้ายไปล้มเหลวเพิ่มกับ เอฟเวอร์ตัน

ด้วยเหตุนี้ การย้ายสู่ โรงละครแห่งความฝัน ของ เทน ฮาก จึงถือเป็นเรื่องที่วิเศษสำหรับ ฟาน เดอ เบค ที่จะได้พิสูจน์ให้เห็นว่าอดีตเจ้านายชาวนอรเวย์คิดผิด

3. บิลลี่ กิลมอร์

การย้ายออกจาก เชลซี แบบยืมตัวน่าจะช่วยส่งเสริมอาชีพพ่อค้าแข้งของ กิลมอร์ แต่ที่ไหนได้กองกลางทีมชาติสกอตแลนด์กลับตกอับหนักกว่าเก่าอีก

หลังลงสนามให้ สิงห์บลูส์ 22 นัด สตาร์วัย 21 ปีก็ถูกส่งให้ นอริช ยืมตัว และเป็นที่คาดกันว่าเขาจะได้ลงบู๊ให้กับถิ่น แคร์โรว โร้ด อย่างสม่ำเสมอ

แต่เปล่าเลย เด็กปั้นของถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ลงเล่นในเกม พรีเมียร์ลีก ให้ทีม นกขมิ้น แค่ 60% เท่านั้นก่อนที่พวกเขาจะตกชั้นไปอย่างง่ายดายโดยที่กองกลางเลือดวิสกี้สอยตาข่ายไม่ได้เลย

และไม่ว่าซีซั่นหน้า กิลมอร์ จะยังได้อยู่กับ เชลซี หรือว่าย้ายไปที่ไหน เขาก็จะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้เพื่อทวงคืนสถานภาพนักเตะอนาคตไกลกลับคืนมา

4. โรเมลู ลูกากู

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการย้ายกลับมาร่วมทีม เชลซี หนสองของหัวหอกผิวสีเป็นไปอย่างน่าผิดหวัง

ศูนย์หน้าทีมชาติเบลเยี่ยมถูกคาดหวังเอาไว้สูงลิบหลังจากเศรษฐีลอนดอนทุ่มเงิน 97.5 ล้านปอนด์ดึงเขากลับมาจาก อินเตอร์ มิลาน เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

แต่ในที่สุด ลูกากู ระบุอย่างน่าช็อคว่าเขาไม่มีความสุขแม้จะสอยตาข่ายได้ 15 ลูกโดยชี้ว่า โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันไม่ได้ใช้งานเขาอย่างเหมาะสมจากจุดแข็งที่เขามี

ถึงขณะนี้ ลูกากู ได้ย้ายกลับสู่ทีม งูใหญ่ แบบยืมตัวตามที่เขาต้องการแล้ว และมันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่า ทูเคิ่ล เดินหมากพลาดที่ไม่ได้สร้างทีมโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง

มาร์คัส แรชฟอร์ด

5. มาร์คัส แรชฟอร์ด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าซีซั่นหน้าจะเป็นซีซั่นที่สำคัญยิ่งสำหรับดาวเตะทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งมีผลงานที่ออกทะเลจนกู่ไม่กลับ

แม้สตาร์วัย 24 ปีจะได้รับการเชิดชูจากการตอบแทนสังคมด้วยการกระตุ้นให้รัฐบาลแจกอาหารฟรีให้กับเด็กๆ แต่ผลงานในสังเวียนแข้งของเขาสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

จากการลงบู๊ทุกรายการเมื่อซีซั่นก่อน แรชฟอร์ด เช็คบิลได้แค่ 5 ประตูเท่านั้น และเท้าบอดสนิทนับตั้งแต่เดือนม.ค.จนหลุดโผทีมชาติอังกฤษในศึก เนชั่นส์ลีก

ด้วยเหตุนี้ หัวหอกผิวสีจึงจำเป็นต้องเร่งสร้างผลงานในซีซั่นหน้าให้เข้าตา แกเร็ธ เซาธ์เกต หากเขาหวังติดธงชุดสู้ศึก ฟุตบอลโลก 2022

6. ดีน เฮนเดอร์สัน

นายทวาร แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอีกรายที่ต้องพยายามโชว์ฟอร์มให้ได้หากหวังติดทีมชาติอังกฤษชุดฟุตบอลโลกหลังย้ายไปร่วมทีม ฟอเรสต์ แบบยืมตัว

หลังจบซีซั่น 2020/21 เขามีแนวโน้มขยับขึ้นเป็นประตูหมายเลขหนึ่งของ ผีแดง แทนที่ ดาบิด เด เคอา แถมมีชื่อติดทีมชาติชุดยูโร 2020 ด้วย แต่ก็ต้องถอนตัวเนื่องจากประสบกับอาการบาดเจ็บ

รวมแล้วเขาต้องใช้เวลาสามซีซั่นเต็มๆด้วยการย้ายไปเฝ้าเสาให้กับ ชรูว์สบิวรี่ และ เชฟฯ ยูไนเต็ด แบบยืมตัว

แถมซีซั่นก่อน เฮนเดอร์สัน ไม่ได้สัมผัสเกม พรีเมียร์ลีก เลยแม้แต่นัดเดียวนอกจากเกมฟุตบอลถ้วยสามนัด และยังติดทีมชาติอังกฤษอยู่แค่เกมเดียวเท่านั้น

7. อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช

อาจเข้าข่ายดีเกินกว่า แชมเปี้ยนชิพ แต่แย่เกินไปที่จะเล่นใน พรีเมียร์ลีก สำหรับกองหน้าเซิร์บรายนี้

นับเป็นครั้งที่สามในรอบห้าปีแล้วที่ มิโตรวิช และ ฟูแล่ม ต้องขึ้นๆลงในลีกสูงสุดของอังกฤษ

สำหรับซีซั่น 2018/19 ดาวยิงวัย 27 ปีกระทุ้งประตูได้ 11 ลูกใน พรีเมียร์ลีก และมันลดลงเหลือแค่ 3 ประตูในซีซั่น 2020/21

อย่างไรก็ดี ซีซั่นก่อนเขาเล่นได้อย่างท็อปฟอร์มโดยรัวกระสุนได้เป็นสถิติ 43 ประตูจาก 44 นัดพา เจ้าสัวน้อย เลื่อนชั้นได้อีกรอบ และต้องรอดูกันว่าซีซั่นหน้าเขาจะล้มฟุบใน พรีเมียร์ลีก เหมือนเคยหรือเปล่า?

8. เจสซี่ ลินการ์ด

แน่นอนเหลือเกินว่า ลินการ์ด กระหายพิสูจน์ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เห็นว่าควรมอบโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องให้กับเขาในระหว่างมองหาสโมสรใหม่

ดาวเตะวัย 29 ปีเคยเรียกศักดิ์ศรีกลับคืนมาได้ช่วงย้ายไปเล่นให้ เวสต์แฮม แบบยืมตัวเมื่อ 18 เดือนก่อนจากการคลำเป้าได้ 9 ลูกในการลงบู๊ 16 นัดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม และประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนเม.ย.2021

จากผลงานที่ว่า ลินการ์ด น่าจะเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้หลังกลับสู่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อซีซั่นก่อนซึ่งเจ้าตัวลุกจากม้านั่งข้างสนามลงไปซัดประตูได้สองหนในเดือนก.ย.แต่รวมแล้วตลอดทั้งซีซั่นเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในทุกรายการแค่สี่นัดเท่านั้น

เท่านั้นไม่พอ ผีแดง ปฏิเสธขายเขาในเดือนม.ค.แม้จะได้รับการทาบทามจาก สเปอร์ส , นิวคาสเซิ่ล และ เวสต์แฮม กระทั่งเจ้าตัวได้ย้ายทีมแบบฟรีๆหลังหมดสัญญาโดยมี เอฟเวอร์ตัน มาแรงที่สุดต่อการได้เขาไปเสริมทัพลงบู๊ในซีซั่นหน้า

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ ibrahimalhenaki.com

UFA Slot

Releated